ดูหนัง netflix
The Up Rank อาชญาเกม

เรื่องย่อ: ในโลกของเกม ‘แรงก์’ หรืออันดับความเก่งกลายเป็นสิ่งกำหนดคุณค่าของผู้เล่น กลุ่มเกมเมอร์จึงรวมตัวกันใช้ทักษะของตนมารับจ้างเล่นแทนผู้อื่นเพื่อเพิ่มแรงก์ หรือที่เรียกกันว่า ‘ปั๊มแรงก์’ แม้ว่านี่จะผิดกฎที่ผู้สร้างเกมตั้งอย่างร้ายแรงเพราะเอาเปรียบผู้เล่นทั่วไป แต่ในเมื่อไม่ผิดกฎหมายของบ้านเมือง มันจึงกลายเป็นช่องโหว่ที่พวกเขาใช้หาเงินจากมัน

หนังไทยม้ามืดที่ส่วนตัวรู้สึกเซอร์ไพรส์พอควรหลังจากปล่อยตัวอย่างมาแล้วมู้ดและโทนหนังดูดีมาก เป็นดราม่าธริลเลอร์ที่ดูเข้มข้นทีเดียว แต่ก็คงเช่นเดียวกับผู้ชมกลุ่มเป้าหมายของหนังซึ่งคงเป็นวัยรุ่นที่เล่นเกมอยู่แล้วบ้าง ที่ดูแล้วก็เกิดคำถามตั้งแต่ตัวอย่างว่า การปั๊มแรงก์ ที่นำมาเป็นหัวใจของหนังนั้นมันเป็นปัญหาและนำพามาถึงความรุนแรงอย่างที่เสนอได้เลยหรือ? แน่นอนว่ามันก็ต้องให้โอกาสผู้สร้างในการนำเสนอก่อน ถ้าเขาเอาชนะความสงสัยนี้ได้ ที่เหลือก็สบายเพราะดูทรงแล้วทำได้ดี แต่ถ้าผ่านไม่ได้ก็จะทำให้หนังที่เหลือยืนอยู่บนข้อสงสัยว่ามันไม่น่าจะเกิดจริงได้ ซึ่งเป็นอันตรายพอควรถ้าอยากทำหนังบันเทิงให้คนอิน

หนังจะเล่าผ่านสายตาของ ยู (กิต-กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์ หรือ กิต วง Three Man Down) เด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ในการเล่นเกม แต่มักถูกคนรอบตัวมองว่าไม่มีอนาคตโดยเฉพาะจากพ่อของเขา (ดู๋-สัญญา คุณากร) ที่มองว่าเอาแต่เล่นเกมจนไม่ไปเรียนไม่หางานทำ โชคดีที่บ้านของยูมีธุรกิจงานพิมพ์เล็ก ๆ พ่อจึงใช้ยูไปส่งของให้ลูกค้าบ้าง

วันหนึ่งเขาได้รับข้อเสนอจาก โฮม (เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ) ให้มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมรับจ้างปั๊มแรงก์ที่ชื่อ The Up Rank ร่วมกับ พีท (แจ๊ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา) อดีตโปรเพลเยอร์อีสปอร์ตที่ยังมีฝีไม้ลายมือเป็นกำลังหลักของทีมปั๊มแรงก์ และ ทอย (มีน-สุดารัตน์ ผุงศิริ) สตีมเมอร์สาวสวยที่เป็นแฟนกับพีททำหน้าที่ประสานงานกับลูกค้า เมื่อกิจการไปได้ดีโฮมเริ่มคิดการใหญ่ขยายจำนวนทีมเพื่อรับจ้างปั๊มแรงก์ให้ได้มากขึ้นโดยไปกู้เงินนอกระบบจากมาเฟีย (เฟิด-คาริญญ์ยวัฒ ดุรงค์จิรกานต์ หรือ เฟิด วง Slot Machine) ซึ่งเป็นก้าวที่ทำให้โฮมถอยหลังไม่ได้อีกแล้ว และเมื่ออะไร ๆ ไม่เป็นดังหวังจนทีมเริ่มแตก โฮมก็เริ่มใช้อำนาจจอมบงการเข้าควบคุมทุกคนโดยไม่เลือกวิธีการ

ดูเช่นนี้เหมือนว่าประเด็นความรุนแรงหรือดาร์กของหนังควรจะมาจากความโรคจิตและขึ้นหลังเสือของโฮมที่เข้าทำร้ายคนรอบข้างมากกว่า ซึ่งก็ผิดจากหน้าหนังไปไกลเพราะเป็นเช่นนั้นไม่ต้องทำเรื่องปั๊มแรงก์ก็ได้ ไปพัฒนาแอปเทรดคริปโต หรือทำเกมเอ็นเอฟทีที่เทา ๆ ยังไม่ชัดว่าคือธุรกิจยุคหน้าหรืออีกโฉมหน้าของการฉ้อโกงตามสมัยนิยมก็ได้เช่นกัน

แต่เหมือนผู้สร้างมีโจทย์ว่าต้องทำเกี่ยวกับเรื่องเกมที่เหมาะกับผู้ชมหนังในยุคนี้ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นมาก่อน และต้องเป็นเกมออนไลน์ที่คนเล่นกันเยอะ เช่น เกมแนวยิงแบบแบตเทิลรอยัลด้วย ส่วนจะด้วยวิธีการไหนค่อยว่ากัน และมาลงจบที่เรื่องปั๊มแรงก์

แต่ปัญหาที่ผู้สร้างไม่สามารถทะลวงข้อสงสัยผู้ชมได้คือ พวกเขาไม่ได้เน้นให้เห็นผลประโยชน์ของการมีแรงก์สูง เช่นเป็นโอกาสเทิร์นโปรสำหรับคนที่อยากเป็นทีมชาติแต่ฝีมือไม่ถึง หรือได้ผลประโยชน์อะไรของการจ้างปั๊มแรงก์ที่มันคุ้มกว่าการเติมเงินเป็นINWทรู หรืออะไรที่มันทำให้ดูเดิมพันสูงของตัวละครทุกตัวมันสูง เช่นอย่างที่หนัง ‘ฉลาดเกมส์โกง’ (2560) ทำได้สำเร็จบนเงื่อนไขใกล้เคียงกันว่าการโกงข้อสอบของพวกเด็กในห้องเรียนจะดาร์กขึ้นได้ยังไง

อะไรแบบนี้ทำให้หนังมันลอย ๆ ไปเรื่อย เปรียบเหมือนจะอยากจะเล่าว่าหมีพูห์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว แล้วเล่าไปว่าหมีพูห์อยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรงดูมืดหม่นมากนะ แต่ก็ไม่ได้สร้างปูมหลังพิสูจน์ว่าแล้วหมีพูห์ทำไมถึงน่ากลัว เหมือนจะสรุปเอาง่าย ๆ กับคนที่ไม่รู้จักหมีพูห์มาก่อนว่าเพราะมันเป็นหมีไง ก็ต้องน่ากลัวสิ แต่อีกแง่คุณดันทำหนังโดยวางกลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่ชอบหมีพูห์ด้วยนี่สิ มันเลยอิหยังวะพอควร

หรือจริง ๆ แล้วหนังอาจเหมาะกับคนที่เชื่ออยู่แล้วว่าเกมเป็นสิ่งไม่ดี และคนเล่นเกมคือพวกที่ทำอะไรไม่ดีโดยไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้วมากกว่า

ส่วนหนึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าอาจเพราะนี่เป็นหนังที่ลงทุนระหว่าง เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล ที่ทำธุรกิจเรื่องการลงทุนทำให้ไปแตะเรื่องคริปโตหรือเกมเอ็นเอฟทีที่เป็นประเด็นสังคมอยู่ก็คงไม่เข้าที (แถมท้ายเครดิตหนังยังมีชวนให้เข้าไปจับจองสินทรัพย์เอ็นเอฟทีอยู่ด้วย)

และอีกด้านบริษัทร่วมผลิตอย่าง กันตนา กรุ๊ป ที่ส่งผู้กำกับที่มีผลงานซีรีส์มาหลายเรื่องอย่าง โอ๊ต-วทัญญู อิงควิวัฒน์ มาประกบกับผู้กำกับทายาทสายตรงของบริษัทที่มีผลงานหนังมาหลายเรื่องเช่นกันอย่าง เต็นท์-กัลป์ กัลย์จาฤก ซึ่งในโฉมหน้าหนึ่งคุณเต็นท์เองก็ทำทีมอีสปอร์ตที่ชื่อ King of Gamers Club หรือ KOG อยู่ด้วย ดังนั้นจะไปเล่นด้านมืดของวงการอีสปอร์ตที่มีเป็นข่าวฉาวโฉ่จริง ๆ อย่างการโกงของโปรเพลเยอร์ในเวทีนานาชาติ มันก็เป็นเรื่องที่ทำร้ายตัวเองไปหน่อย ทั้งที่จริงถ้ากล้า ๆ หน่อยแล้วซัดด้วยข้อมูลวงในหนัก ๆ แบบเรื่อง ‘Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย’ มันอาจจะดาร์กได้สมโทนภาพของหนังก็ได้

แต่ก็นั่นล่ะเราเข้าใจได้ว่ามันอาจมีปัจจัยหลายอย่างที่เลือกจะไม่เล่าอะไรที่โหดและหนักจริง ๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังจริงเลยกลายเป็นความดาร์กปลอม ๆ ก็คือภาพความรุนแรงหลายอย่างที่เห็นในตัวอย่างนั้น แท้จริงกลายเป็นฉากที่ไม่ได้สำคัญอย่างที่เข้าใจ เช่นฉากที่มีตัวละครถูกจับขึ้นโรงพักจนเหมือนเรื่องน่าจะมีจุดที่ตัวละครเหยียบข้ามไปโซนผิดกฎหมายแล้ว แต่เอาเข้าจริงฉากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรขนาดนั้นแค่เป็นเหตุทะเลาะวิวาท หรือภาพตัวละครของกิตระเบิดอารมณ์อย่างรุนแรงจนคิดว่าเป็นหนึ่งในไคลแม็กซ์ที่เข้มข้น แต่เอาจริงก็เป็นแค่ฉากอารมณ์ต้นเรื่องจากการอกหักที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการปั๊มแรงก์โดยตรงเสียด้วยซ้ำ

ถามว่ามีดราม่าที่น่าสนใจไหมก็ต้องตอบแบบยุติธรรมว่ามี ทั้งประเด็นเรื่องพ่อลูก ประเด็นไซเบอร์บูลลี่ ประเด็นหักหลังของเพื่อนทางธุรกิจ หรือประเด็นการกู้นอกระบบ แต่ที่ว่ามาทั้งหมดมันคือดราม่าที่เอามาเสริมเพื่อให้เรื่องมันหนักขึ้น แต่ตัวแก่นหัวใจของมันอย่างเรื่องปั๊มแรงก์ก็แทบไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย เรียกว่าทรยศต่อหน้าหนังและชื่อหนังของตัวเอง

แต่แม้การเล่าเรื่องจะไม่ได้ดีนัก แต่ก็ต้องชื่นชมว่านี่เป็นความหวังของวงการหนังไทยได้ไม่น้อย จากฝีไม้ลายมือในการคุมมู้ดและโทน ภาพที่ดูเท่ การตัดต่อที่ทันสมัย เพลงที่เข้ากับอารมณ์หนัง โปรดักชันรวม ๆ คือดีงามมาก ดูเพลินตาและเสริมอารมณ์ของเรื่องได้ดีทีเดียว นอกจากนี้การแสดงเองก็ต้องชื่นชมทุกตัวละครหลักเลยทีเดียว แม้กิตจะแสดงออกลูกง่วงตาปรือมากไปหน่อยโดยไม่จำเป็นแต่ก็ไม่ได้ผิดนัก ส่วนที่ต้องปรบมือหนัก ๆ คือเอมที่สามารถทำบทที่เด่นมีมิติลึกและรุนแรงอยู่แล้วของโฮม ออกมาได้อย่างยิ่งน่าจดจำเข้าไปอีก คาดหวังว่าน่าจะมีรางวัลติดมือไปบ้างจากเรื่องนี้ทีเดียว

เป็นหนังที่ดูได้ดี แต่ก็ยังพัฒนาให้ดีและคมกว่านี้ได้อีก เป็นกำลังใจให้วงการหนังไทยและทีมสร้างทุกคนอย่าหยุดพัฒนาครับ