ดูหนัง netflix
[รีวิว] Haken Anime – ดวลเดือดเบื้องหลังนักสร้างอนิเมะ

อนิเมะ (หรือการ์ตูนแอนิเมชันจากญี่ปุ่น) คือหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์จากแดนอาทิตย์อุทัยที่ทำให้ชาวโลกรู้จักประเทศนี้กันมากขึ้น โดยในหนึ่งปี มีอนิเมะถูกผลิตออกมาหลายร้อยเรื่อง แต่กลับมีเพียงหยิบมือที่ประสบความสำเร็จ และกลายเป็นที่จดจำของผู้ชม ถึงกระนั้นอนิเมะก็คือสื่อบันเทิงที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของญี่ปุ่นอยู่เสมอ สินค้าจากอนิเมะสร้างเม็ดเงินมหาศาล ทำให้อนิเมะนั้นคืออุตสาหกรรมที่ไม่มีวันหลับใหล มันถูกสร้างตลอดเวลาเพื่อให้ทันตามเดดไลน์ แม้แต่วินาทีที่คุณได้อ่านบทความนี้อนิเมะก็ยังถูกสร้างขึ้นมาใหม่อย่างไม่หยุดหย่อน 

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่ชอบเอาเรื่อง ‘Inside’ ของซอฟต์พาวเวอร์ตัวเองมาเล่าเป็นภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นวงการดนตรี วงการนิยาย วงการมังงะ วงการภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งวงการ AV พวกเขาก็นำเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าไปแล้ว เรียกได้ว่าซอฟต์พาวเวอร์ของแกมีอะไร พี่แกก็หยิบสื่อเหล่านั้นมาสร้างหนังกันหมด และในที่สุดก็ถึงคิวของ ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวของเบื้องหลังการสร้างแอนิเมชันกับ Haken Anime หรือในชื่อไทย ‘วัยซนคนเมะ’

Haken Anime เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากนิยายของ มิซึกิ สึจิมุระ (Mizuki Tsujimura) โดยเล่าถึงเรื่องราวของวงการอนิเมะในประเทศญี่ปุ่นที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด ซึ่งสตูดิโอผู้สร้าง มักจะส่งอนิเมะไปฉายในช่วงไพรม์ไทม์เพื่อวัดกระแสความนิยมของผู้ชม และเรื่องไหนที่เรตติ้งสูงกว่าก็จะถูกผู้ชมจดจำไปตลอดกาล

ฮิโตมิ ไซโตะ นำแสดงโดย ริโฮะ โยชิโอกะ (Riho Yoshioka) หนึ่งในทีมสร้างอนิเมะผู้ได้รับเลือกให้กลายเป็นผู้กำกับอนิเมะเป็นครั้งแรก ซึ่งเธอมีความฝันที่อยากสร้างอนิเมะให้เข้าไปอยู่ในใจของคนดูให้ได้ แต่ทว่างานกำกับแรกของไซโตะกลับไม่ง่ายแบบนั้น เพราะการเป็นผู้หญิงและเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ ทำให้เธอไม่ได้รับการยอมรับจากทีมงานเท่าที่ควร แถมอนิเมะของเธอยังได้ไปฉายในเวลาไพรม์ไทม์ ซึ่งต้องแข่งกับ จิฮารุ โอจิ นำแสดงโดย โทโมยะ นากามุระ (Tomoya Nakamura) ผู้กำกับสุดอินดี้ที่ไม่ฟังใคร โดยในอดีตโอจิเคยสร้างผลงานระดับสุดยอดมาแล้ว และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาจะกลับมากำกับอนิเมะในรอบ 8 ปีเพื่อสร้างตำนานบทใหม่อีกครั้ง ชีวิตของไซโตะถึงคราวแขวนไว้บนเส้นด้ายเพราะดันไปพูดว่าจะเอาชนะผลงานของโอจิให้ได้ และถ้าหากเธอทำอนิเมะเรื่องนี้พัง นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตที่เธอจะได้อยู่ในวงการนี้ ไซโตะจึงต้องงัดทุกกลเม็ดออกมาเพื่อเอาชนะระดับตำนานอย่างโอจิให้ได้ ในที่สุดการแข่งขันการสร้างอนิเมะที่มีเรตติ้งเป็นเดิมพันจึงได้เริ่มต้นขึ้น

ขอบอกเลยว่า Haken Anime เป็นภาพยนตร์ที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์พอสมควร ด้วยความเป็นญี่ปุ่นและพล็อตที่ขายซอฟต์พาวเวอร์จ๋าแบบนี้ คุณผู้อ่านคงคิดว่ามู้ดของหนังคงมาเวย์โอเวอร์เล่นใหญ่ ใส่ความชูนิเบียวเข้าไปใช่ไหมล่ะ แต่ Haken Anime กลับไม่ใช่แบบนั้นน่ะสิ เพราะมู้ดของหนังค่อนข้างมีความจริงจัง แต่ก็ยังดำเนินเรื่องไปอย่างสบาย ๆ เหมือนดูซีรีส์เกาหลีอย่างไรอย่างนั้น แถมยังผสมความเข้มข้นที่ให้ความรู้สึกเหมือนการ์ตูนกีฬา พอญี่ปุ่นทำหนังโดยลดการแสดงแบบโอเวอร์แอ็กติงลงไป ทำให้ตัวละครดูจับต้องได้ ความมีชีวิตชีวาของหนังก็ถูกขับออกมาอย่างโดดเด่นเลยล่ะ

และถ้าคุณอยากดูการเบื้องหลังการสร้างอนิเมะล่ะก็ Haken Anime ก็เลือกเจาะได้ถูกจุดสุด ๆ เลยล่ะ เพราะเรื่องนี้เปิดให้เราเห็นตั้งแต่ความต่างด้านโปรดักชันของอนิเมะกับภาพยนตร์ ที่ลำดับความสำคัญของตำแหน่งจะต่างกัน แถมหยิบปัญหาที่คนเบื้องหลังมักจะเจอมาเล่าได้อย่างถึงพริกถึงขิง ซึ่งเราก็อดขำในความเรียลของมันไม่ได้ เรียกได้ว่าเล่าความวายป่วงของคนเบื้องหลังออกมาได้กลมกล่อมสุด ๆ 

ความสนุกของมันก็คือการให้ตัวละครหลักอย่างนางเอกนั้นเป็นผู้กำกับนี่แหละ ทำให้เราไม่ได้เห็นแค่กระบวนการเบื้องหลัง แต่เห็นถึงกระบวนการโปรดักชันไปจนถึงวันออนแอร์ และมาร์เกตติงหลังการฉาย ที่ทีมงานก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเลี้ยงกระแสอนิเมะให้คงอยู่นานที่สุด เรียกได้ว่าถ้าใครทำงานในวงการโปรดักชันหรือเอเจนซีล่ะก็ น่าจะค่อนข้างคลิกกับเรื่องนี้มาก ๆ เพราะมันหยิบเรื่องราวที่พวกเขาเหล่านี้พบเจอมาเล่าได้อย่างแสบสัน

ถึงแม้ว่าตัวหนังจะพาเราไปแตะเรื่องราวของแต่ละตำแหน่งได้ไม่ลึกเท่าไหร่ แต่หนังก็ทดแทนด้วยการออกแบบคาแรกเตอร์ของเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายได้อย่างน่าจดจำ ทำให้เราสนุกทุกครั้งที่พวกเขาก็เข้าฉากปะทะกันกับนางเอก 

แถม Haken Anime ยังใช้วัตถุดิบในหนังได้อย่างชาญฉลาดและมีหัวใจมาก ๆ เพราะปกติ ภาพยนตร์ที่ตีแผ่วงการอะไรก็ตาม เมื่อดำเนินเรื่องไปเรื่อย ๆ แล้ว ผู้สร้างมักจะเน้นหนักที่ตัวละคร จนทำให้ซับเจกต์อย่างสื่อในเรื่องกลายเป็นแค่ของประดับฉากไป แต่ทว่า Haken Anime นั้นสามารถใช้อนิเมะในเรื่องได้อย่างชาญฉลาด เพราะซับเจกต์เรื่องนี้ไม่ได้แค่ออกมาประดับฉาก แต่ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนจิตใจของตัวละคร และช่วยขับเคลื่อนเนื้อหาไปพร้อมกันจนจบเรื่อง อีกทั้งอนิเมะที่อยู่ในหนังก็ถูกวางบทไว้อย่างประณีต จนเราเผลออินกับอนิเมะในเรื่องไปด้วยเลย เรียกได้ว่าคนดูแทบจะอยากเห็นเรื่องราว Spin-Off ของอนิเมะใน Haken Anime นี้ออกมากันเลยทีเดียว และเชื่อเลยว่าถ้ามันทำออกมา จะกลายเป็นอนิเมะที่ครองใจผู้ชมอย่างแน่นอน

เราค่อนข้างชอบการที่หนังวางตัวเอกไว้เป็นผู้หญิงมาก ๆ เพราะบทบาทของผู้หญิงในญี่ปุ่นค่อนข้างจะไม่เท่าเทียมกับผู้ชายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งในวงการหนัง ตัวเอกหญิงแทบจะเป็นไม้ประดับเลยล่ะ ซึ่ง Haken Anime ก็สามารถเค้นจุดนี้มาเล่าได้อย่างแสบสัน ทั้งการที่ผู้หญิงถูกดูแคลนต่าง ๆ นานา ดังนั้นแล้วการกระทำของตัวละครหญิงในเรื่องนี้จึงค่อนข้างให้พลังแก่ผู้ชมสุด ๆ

ในส่วนของนักแสดงหลักอย่าง ริโฮะ โยชิโอกะ ก็แคสมาได้ถูกคนสุด ๆ เพราะนอกจากเธอจะน่ารักจนชวนหลงแล้ว เธอยังแสดงพลังของผู้หญิงที่ไม่มั่นใจในตัวเอง แต่ขณะเดียวกันก็ซ่อนความแข็งแกร่งข้างในไว้ได้อย่างดี ทั้งในพาร์ตตลกก็ยังรับส่งกับทัตสึกิ อิโมโตะ (Tasuku Emoto) ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้จังหวะโบ๊ะบ๊ะของหนัง ออกมาฮาอย่างเป็นธรรมชาติแบบไม่ต้องอาศัยความเล่นใหญ่เหมือนหนังเรื่องอื่นเลย

ตลอดทั้งเรื่องนั้น เนื้อหาของ Haken Anime จะค่อนข้างแบ่งฝักฝ่ายของตัวละครอย่างชัดเจน ซึ่งหนังก็แสดงด้านดีของตัวละครทั้งสองฝั่งให้ผู้ชมคอยเอาใจช่วยอยู่เสมอ โดยหนังก็บาลานซ์น้ำหนักได้เก่งจนเราเผลอเอาใจช่วยทั้งสองฝั่งไปพร้อมกันเลยล่ะ แม้ว่าตอนจบจะค่อนข้างแผ่วและพอเดาได้  แต่ปมที่วางไว้ตลอดเรื่องก็คอยคลายตามให้เราตบเข่าฉาด และพร้อมหลงรักหนังเรื่องนี้ให้มากขึ้นไปอีก กระทั่งฉากสุดท้ายก็ยังวางยาคนดูไว้อย่างแสบใช่ย่อย เพราะคุณต้องรู้จักวงการอนิเมะนี้มาพอประมาณ ถึงจะรู้ว่าใครคือผู้ชนะที่แท้จริงในศึกนี้

โดยรวมแล้ว Haken Anime คือภาพยนตร์ที่พาเราไปเจาะลึกเบื้องหลังงานสร้างอนิเมะได้อย่างมีชั้นเชิง แม้จะไม่ได้ตีแผ่ด้านเสียมากขนาดนั้น แต่หนังก็เป็นหนึ่งในกระบอกเสียงให้คนดูหันมาสนใจชาวเบื้องหลังกันมากขึ้น อีกทั้งหนังยังให้แรงบันดาลใจแก่เด็กได้อย่างดี แถมเป็นรสชาติของหนังญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยได้เจอนัก ด้วยพล็อตกับการนำเสนอที่ทำให้ตัวละครในเรื่องนี้ดูจับต้องได้ ทำให้ Haken Anime ค่อนข้างโดดเด่นกว่าหนังญี่ปุ่นเรื่องอื่นแบบสุด ๆ คนไม่ดูอนิเมะก็สามารถเอนจอยกับหนังได้อย่างสบายใจ และคนดูอนิเมะก็น่าจะสนุกกับหนังเรื่องนี้มาก ๆ เลยล่ะ